ป๊อกบา’ คว้าชัยชนะให้ทีมชาติ ‘ฝรั่งเศส’ เอาชนะทีมชาติ ‘ออสเตรเลีย’

ป๊อกบา’ คว้าชัยชนะให้ทีมชาติ ‘ฝรั่งเศส’ เอาชนะทีมชาติ ‘ออสเตรเลีย’
‘ป๊อกบา’ คว้าชัยชนะให้ทีมชาติ ‘ฝรั่งเศส’ เอาชนะทีมชาติ ‘ออสเตรเลีย’ ประเดิมในฟุตบอลโลก 2018 การแข่งขันฟุต บอลโลก 2018 ที่คาซาน อารีน่า ประเทศรัสเซีย เป็นการแข่งขันในกลุ่มซี ทัพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ดวลแข้งนัดแรกพบทัพ “จิงโจ้” ออสเตรเลีย โดยทั้งสองทีมยังไม่ปะทะกันในฟุตบอลโลกมาก่อน

เริ่มเกมได้เพียง 2 นาที ฝรั่งเศสได้จังหวะจาก คีลิย็อง เอ็มบัปเป อาศัยความว่องไวประกบเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษแต่ แมตธิว ไรอัน ผู้รักษาประตูของออสเตรเลียปัดออกหลังไปได้ หลังจากนั้นฝรั่งเศสยังบุกอย่างต่อเนื่องขาดเพียงจังหวะจบสกอร์เท่านั้น ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรก ออสเตรเลียยังทำได้ดี ค่อยๆตั้งเกมและหาจังหวะจบสกอร์แบบได้ลุ้นในขณะที่ฝรั่งเศส แม้จะดูน่าลุ้นแต่ไม่สามารถสร้างโอกาสจบสกอร์ได้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอ 0-0 ครึ่งหลังนาที 54 โอกาสของฝรั่งเศสมาถึงเมื่อ ป๊อกบา จ่ายบอลให้ อ็องตวน กรีซมันน์ หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนโดน โจชัว ริสดอน ปราการหลังของทีมชาติออสเตรเลียเสียบล้มลงตอนแรกผู้ตัดสินมองว่าไม่ฟาวล์แต่มีสัญญาณวีเออาร์ทำให้ผู้ตัดสินย้อนกลับมาเป่าให้เป็นจุดโทษสุดท้ายเป็นกรีซมันน์

ที่ลุกขึ้นมายิงไม่พลาดให้ฝรั่งเศสขึ้นนำ 1-0 แฟนบอลฝรั่งเศสเฮได้เพียงอึดใจเดียว นาที 60 ซามูเอล อุมติตี ไปยกมือทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษผู้ตัดสินฉุกคิดพักหนึ่งก่อนเป่าจุดโทษให้ออสเตรเลียบ้าง สุดท้ายเป็น มิเล เยดินัก ที่รับหน้าที่ยิงเข้าไปไม่พลาดเช่นกันให้ ออสเตรเลีย ตามตีเสมอทันควัน 1-1 หลังสกอร์กลับมาเท่ากัน ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ต้องรีบแก้เกม นาที 70 เปลี่ยนเอา โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และนาบิล เฟคีร์ ลงแทน กรีซมันน์ กับอุสมาน เดมเบเล ก่อนที่นาที 81 ป๊อกบา จะทำชิ่งกับ ชิรูด์ หลุดเข้าไปจิ้มบอลแฉลบ โจชัว ริสดอน ย้อยข้ามหัวผู้รักษาประตูเข้าไปให้ ฝรั่งเศสขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 ช่วงเวลาที่เหลือเป็นฝรั่งเศส ที่ลงมาตั้งรับและรอสวนกลับ ขณะที่ออสเตรเลีย พยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่แต่สุดท้ายไม่สามารถเจาะแนวรับทีม “ตราไก่” ได้ จบ 90 นาที ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรเลีย 2-1 เก็บ 3 แต้มแรกได้สำเร็จ

เกมฟาดแข้งระหว่างทัพอุรุกวัยและทัพโปรตุเกส

เกมฟาดแข้งระหว่างทัพอุรุกวัยและทัพโปรตุเกสเกมฟาดแข้งระหว่างทัพอุรุกวัยและทัพโปรตุเกสที่เคยเจอกันมาแล้วถึง 2 ครั้ง และได้วนกลับมาพบกันอีกครั้งในแมทซ์นี้ เริ่มเกมโปรตุเกสครองบอลขึ้นทางปีกซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองหน้าประตู แต่ผู้รักษาประตูโหม่งออกหลังไป อุุรุกวัยพยายามใช้ความแม่นโยนบอลเข้าใส่เป็นการตอบโต้และได้ลูกเตะมุม แต่โปรตุเกสตอกกลับอย่างเร็ว คริสเตียโน โรนัลโด ได้จังหวะยิงทักทายเป็นครั้งแรก แต่บอลตรงตัว เฟร์นานโด มุสเลรา  ผู้รักษาประตูจอมโหดพอดี

เพียง 6 นาทีเท่านั้น กองเชียร์จากอเมริกาใต้ก็ได้เฮ เมื่อ เอดินสัน คาวานี เตะบอลจากริมเส้นกราบขวาข้ามฟากไปให้ หลุยส์ ซัวเรซ ทางริมเส้นกราบซ้าย ซัวเรซ โยนบอลคืนข้ามฟากมาหน้าประตู คาวานี โดดขึ้นโหม่งเข้าประตูไปให้ อุกรุวัย ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ประตู โปรตุเกสเร่งรุกหนักหวังแก้ประตูคืน แต่โดนสวนกลับอย่างรวดเร็ว มีจังหวะวูบวาบด้วยกันทั้งคู่ ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที เปอร์เซ็นต์การครองบอลของทีมฝอยทองมากกว่าถึง 65 เปอร์เซ็นต์ แต่ทีมจอมโหดก็อาศัยจังหวะสวนกลับเร็วชนิดมีลุ้นไม่แพ้กัน

ถึงนาที 21 อุรุกวัยได้ฟรีคิก ซัวเรซ ยิงลอดกำแพง แต่ รุย ปาตริซิโอ ผู้รักษาประตูทางโปรตุเกสชกบอลพ้นอันตรายออกมาได้ เสียงเชียร์กระหึ่มของแฟนบอลฝอยทองยังคงเชียร์ให้ทีมของตนเป็นระยะๆ แต่อุรุกวัยยังคงอาศัยจังหวะสวนกลับเร็วขึ้นทางริมเส้นกราบขวาบ่อยครั้ง ผ่านไปครึ่งชั่วโมงพอดี โปรตุเกสได้ลูกฟาว์ลบ้างบริเวณเส้นหน้ากรอบกระโหลด ทว่าโรนัลโด้เตะบอลติดกำแพงอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายเกมครึ่งแรก ซัวเรซ โพยายามแกล้งทิ้งตัว แต่ผู้ตัดสินรู้ทัน ปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป ก่อนจะกลับมาเบรกเกม ครบ 45 นาทีครึ่งแรก อุรุกวัย ยังคงนำ โปรตุเกส อยู่ด้วยสกอร์ 1-0 ประตู

เริ่มครึ่งหลังเป็นอุรุกวัย มีโอกาสเติมเกมรุกเข้าใส่ก่อน ทีมขวัญใจได้ลูกเตะมุม บอลโยนเข้าหน้าประตูโปรตุเกส 1-1 ประตู หลังตีเสมอ ถึงนาที 62 คาวานี่ ได้บอลจ่ายงามๆก่อนยิงด้วยเท้าขวาบอลไซด์โค้งหนีมือผู้รักษาประตูโปรตุเกส กลายเป็นสกอร์ให้ อุรุกวัย กลับขึ้นนำอีกครั้ง ด้วยสกอร์ 2-1 ประตู และยังเป็นผลงานลูกที่สองของคาวานี ในเกมนี้อีกด้วยถึงนาที 69 โปรตุเกสพลาดโอกาสทองอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อ ราฟาเอล เกร์เรโร ได้บอลจังหวะชุลมุน แต่กลับหวดบอลโล่งๆข้ามคานไปเฉย ถัดมานาทีเดียว คาวานี ของอุรุกวัยมีอาการเจ็บ โรนัลโด้ แสดงสปิริตเข้าไปพยุงประคองคู่แข่งออกจากสนาม ท่ามกลางเสียงปรบมือของแฟนบอลรอบสนาม จากนั้นเวลาที่เหลือเป็นโอกาสให้ โปรตุเกส เปิดเข้าใส่แทบจะข้างเดียว แต่แนวรับของอุรุกวัยยังทำหน้าที่สกัดได้อย่างเหนียวแน่น ช่วงท้ายทดเจ็บออกไปสี่นาที โปรตุเกสน่าจะได้ประตูตีเสมอหลายครั้งหลายหน แต่ก็พลาดจังหวะสุดท้ายไปเองหมด แถมโรนัลโด้ยังโดนใบเหลืองสังเวย เมื่อเข้าไปต่อว่ากรรมการ จบเกม อุรุกวัย เฉือนชนะ โปรตุเกส ไปในที่สุด 2-1 ประตู อุรุกวัย ได้สิทธิ์เข้าไปพบกับ ฝรั่งเศส ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

โครเอเชียนัดเจอเดนมาร์กในฟุตบอลโลก 2018 เกมการแข่งขันดุเดือด

โครเอเชียนัดเจอเดนมาร์กในฟุตบอลโลก 2018 เกมการแข่งขันดุเดือดโครเอเชียนัดเจอเดนมาร์กในฟุตบอลโลก 2018 เกมการแข่งขันดุเดือดสมการรอคอย เริ่มเกมทีมเดนมาร์กที่ได้บอลก่อนและได้ลุ้นจากลูกทุ่มไกลทางปีกขวาของ โธมัส เดลานีย์ ทุ่มไปถึงเสาสองบอลมาถึง มาธิอัส ยอร์เกนเซน รักษาประตูไว้ได้แต่ยังหลุดเข้าประตูให้เดนมาร์กขึ้นนำก่อน 1-0 แต่เข้าสู่นาทีที่ 4 โครเอเชีย ได้บุกกองหลังเดนมาร์กสกัดบอล มาริโอ มานด์ซูคิช

ยิงยัดเสาแรกให้ทั้งสองทีมกลับมาเสมอกัน 1-1 นาทีที่ 11 โครเอเชีย ได้้ลุ้นอีกครั้งจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ อิวาน เปริซิช ปั่นโค้งบอลพุ่งชนกำแพงออกหลัง หลังจากนั้นโครเอเชียครองมากกว่าด้วยเปอร์เซ็นต์ 64 ต่อ 36 เกมผ่าน 30 นาทีแรกโครเอเชียยังเป็นฝ่ายที่ครองบอลได้เหนือกว่าอย่างชัดเจนและมีโอกาสยิงประตูบ่อยครั้งแต่ยังไม่ผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูเดนมาร์ก ทำให้จบ 45 นาทีแรกโครเอเชียมีโอกาสยิงประตูมากกว่าแต่ยังไม่สามรถเจาะเกมรับเดนมาร์กไม่เข้าทำให้ยังเสมอกัน 1-1 ต่อมาครึ่งหลังโครเอเชียยังเป็นฝ่ายรุกเข้าใส่ แต่ยังทำอะไรไม่ถนัดนัก

ขณะที่เดนมาร์กไม่เน้นเกมรุกพยายามดึงเกมให้ช้าเป็นหลัก แม้ว่าจะพยายามเดินหน้าบุกทั้งสองทีมแต่ว่าไม่กล้าผลีผลามเปิดหน้าเต็มที่ทั้งสองทีมแต่ยังไม่มีโอกาสสร้างจังหวะลุ้นประตูอย่างชัดเจนจนผ่าน 70 นาทียังเสมอกันอยู่ 1-1 เกมเข้าสู่ท้ายเกมทั้งสองทีมยังไม่กล้าเปิดหน้าบุกเข้าใส่กันทำให้จบ 90 นาทียังเสมอกันอยู่ 1-1 ต้องลุ้นต่อในช่วงทดเวลาพิเศษ เริ่มครึ่งแรกในช่วงต่อเวลาพิเศษทั้งโครเอเชียและเดนมาร์กพยายามบุกเข้าใส่กันมากขึ้นแต่ยังไม่มีสกอร์เพิ่มเติม ก่อนจะจบ 15 นาทีในการต่อเวลาพิเศษด้วยการไม่มีประตู ครึ่งหลังของการต่อเวลาพิเศษผ่านเข้าสู่นาที 109 ยังไม่มีสกอร์เพิ่มเติมโอกาสต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษวัดผลมีสูง ทำให้ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 1-1